จิตใต้สำนึกคืออะไร? 20 ความหมายจากนักจิตวิทยาและนักคิดชื่อดัง อธิบายแบบเข้าใจง่าย

จิตใต้สำนึกคืออะไร? อธิบายแบบเข้าใจง่ายผ่าน 20 มุมมองจาก Freud, Jung, Erickson, Kahneman และนักจิตวิทยาชื่อดัง พร้อมตัวอย่างในชีวิตจริง

หลายคนเคยได้ยินคำว่า “จิตใต้สำนึก” บ่อยมาก

บางคนอธิบายว่าเป็นพื้นที่เก็บความทรงจำ
บางคนบอกว่าเป็นที่อยู่ของความกลัวและบาดแผลในอดีต
บางคนมองว่าเป็นระบบอัตโนมัติของสมอง
บางคนมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของจิตที่มีอิทธิพลต่อเรา แม้เราไม่ได้รู้ตัว

แล้วตกลงว่า จิตใต้สำนึกคืออะไรกันแน่?

จิตใต้สำนึกคืออะไร? คำตอบที่น่าสนใจคือ

นักจิตวิทยาแต่ละยุคไม่ได้อธิบายคำนี้เหมือนกันทั้งหมด

ยิ่งเมื่อเราอ่านตั้งแต่ Freud, Jung, William James ไปจนถึงนักจิตวิทยาสมัยใหม่อย่าง Daniel Kahneman, Joseph LeDoux หรือ Elizabeth Loftus เราจะพบว่าแนวคิดเรื่อง “สิ่งที่เกิดขึ้นในใจโดยที่เราไม่รู้ตัว” มีหลายระดับมาก

บางอย่างเป็นความทรงจำ
บางอย่างเป็นนิสัย
บางอย่างเป็นความเชื่อ
บางอย่างเป็นการตอบสนองอัตโนมัติของร่างกาย
และบางอย่างเป็นวิธีที่สมองตีความโลกอย่างรวดเร็ว โดยที่เราแทบไม่ทันสังเกต

ดังนั้น ถ้าจะอธิบายคำว่า “จิตใต้สำนึก” ให้เข้าใจง่ายที่สุด อาจพูดได้ว่า

จิตใต้สำนึก คือ กระบวนการทางความคิด ความรู้สึก ความทรงจำ ความเชื่อ และการตอบสนองจำนวนมากที่กำลังทำงานอยู่ในตัวเรา แม้ในขณะนั้นเราจะไม่ได้คิดถึงมันอย่างตั้งใจ

แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูว่า 20 นักจิตวิทยาและนักคิดสำคัญมองเรื่องนี้อย่างไร

1. Sigmund Freud — จิตใต้สำนึกคือสิ่งที่เราไม่อยากรู้ แต่ยังมีอิทธิพลต่อเรา

Sigmund Freud นักจิตวิเคราะห์ผู้เสนอแนวคิดเรื่องจิตไร้สำนึก
Sigmund Freud — นักจิตวิเคราะห์ผู้มีอิทธิพลต่อแนวคิดเรื่อง unconscious mind และจิตไร้สำนึก · Credit: Ferdinand Schmutzer / Rijksmuseum — CC0 1.0

ถ้าพูดถึงจิตไร้สำนึก คนแรก ๆ ที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ Sigmund Freud

Freud มองว่าจิตของคนเราไม่ได้มีเพียงส่วนที่เรารู้ตัวเท่านั้น ยังมีความต้องการ ความกลัว ความขัดแย้ง และประสบการณ์บางอย่างที่ถูกผลักออกไปจากการรับรู้

พูดง่าย ๆ คือ

บางเรื่องเราอาจไม่ได้คิดถึงแล้ว
บางเรื่องเราบอกตัวเองว่า “ไม่เป็นไร”
บางเรื่องเราจำไม่ได้
แต่ความรู้สึกหรือแรงผลักจากเรื่องนั้นยังอาจมีผลอยู่

ตัวอย่างเช่น

คนหนึ่งอาจบอกว่า

“ผมไม่ได้โกรธพ่อแล้ว”

แต่ทุกครั้งที่เจอคนที่มีลักษณะคล้ายพ่อ เขากลับรู้สึกไม่สบายใจทันที

ในมุมของ Freud ความรู้สึกแบบนี้อาจมีรากอยู่ในเนื้อหาที่ไม่ได้อยู่ในจิตสำนึกตรง ๆ

สิ่งสำคัญคือ Freud ไม่ได้หมายความว่า “ทุกอย่างที่เราไม่รู้ตัวคือความทรงจำที่ถูกซ่อนอยู่”

แต่เขาเสนอว่า สิ่งที่เราไม่รู้ตัวสามารถมีอิทธิพลต่อสิ่งที่เราคิด รู้สึก และทำได้

2. Carl Jung — จิตใต้สำนึกไม่ได้มีแค่บาดแผล แต่ยังมีด้านที่เราไม่เคยรู้จักในตัวเอง

Carl Jung นักจิตวิทยาผู้เสนอแนวคิด collective unconscious และ shadow
Carl Jung — ผู้พัฒนาแนวคิด collective unconscious, archetype และ shadow · Credit: Francis Domiano — CC0 1.0

Carl Jung เคยทำงานใกล้ชิดกับ Freud ก่อนจะแยกแนวคิดออกมาเป็นของตัวเอง

Jung มองว่าจิตไร้สำนึกไม่ได้มีแต่เรื่องที่เรากดไว้

มันยังมี

ความสามารถที่เรายังไม่รู้ว่ามี
ด้านของตัวเองที่เรายังไม่ยอมรับ
ความกลัวที่เราไม่เข้าใจ
ความปรารถนาที่เราไม่กล้าพูด
และภาพหรือสัญลักษณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นจากส่วนลึกของจิต

ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น

คนหนึ่งใช้ชีวิตเป็น “คนเข้มแข็ง” มาตลอด

ไม่เคยยอมร้องไห้
ไม่เคยขอความช่วยเหลือ
ไม่เคยแสดงความอ่อนแอ

แต่ลึก ๆ แล้วเขาอาจมีอีกด้านที่ต้องการการดูแลอย่างมาก

Jung อาจมองว่าส่วนที่ถูกปฏิเสธนี้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เขาเรียกว่า Shadow

จิตไร้สำนึกจึงไม่ใช่แค่ “ห้องเก็บอดีต”

แต่เป็นเหมือนพื้นที่กว้างใหญ่ในตัวเรา ที่ยังมีหลายส่วนที่เราไม่เคยสำรวจ

3. Pierre Janet — บางประสบการณ์อาจถูกแยกออกจากการรับรู้ปกติ

Pierre Janet นักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศสผู้ศึกษาด้าน dissociation และ trauma
Pierre Janet — นักคิดสำคัญด้าน dissociation และ trauma · Credit: Dornac (Paul François Arnold Cardon) — Public Domain

Pierre Janet เป็นนักคิดสำคัญมากในเรื่อง trauma และ dissociation

เขาสังเกตว่าบางครั้ง เมื่อคนเจอเหตุการณ์ที่หนักเกินไป ประสบการณ์นั้นอาจไม่ถูกประมวลผลแบบปกติ

เหมือนข้อมูลบางส่วนถูกแยกออกไป

คนคนนั้นอาจไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์นั้นตลอดเวลา

แต่บางครั้ง

เสียงบางเสียง
กลิ่นบางอย่าง
สถานที่บางแห่ง
หรือสถานการณ์บางแบบ

อาจกระตุ้นอารมณ์ที่รุนแรงขึ้นมา

ตัวอย่างเช่น

คนที่เคยประสบอุบัติเหตุรุนแรงอาจไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์นั้นแล้ว

แต่เมื่อได้ยินเสียงเบรกดัง ๆ ร่างกายกลับเกร็งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ในมุมนี้ “สิ่งที่อยู่ใต้การรับรู้” ไม่จำเป็นต้องเป็นความคิดที่เราซ่อนเอาไว้

แต่อาจเป็น ประสบการณ์ที่ระบบจิตยังไม่ได้รวมเข้ากับชีวิตปัจจุบันอย่างสมบูรณ์

4. William James — จิตใต้สำนึกจำนวนมากทำงานผ่าน “นิสัย”

William James นักจิตวิทยาผู้ให้ความสำคัญกับนิสัยและกระบวนการอัตโนมัติ
William James — นักจิตวิทยายุคบุกเบิก ผู้ให้ความสำคัญกับ habit · Credit: Yugiz — Public Domain

William James เป็นหนึ่งในนักจิตวิทยายุคแรกที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง “Habit”

ลองนึกถึงตอนที่เราเพิ่งหัดขับรถ

ตอนแรกต้องคิดแทบทุกอย่าง

เหยียบเบรก
ดูจก
เปลี่ยนเกียร์
มองซ้ายขวา
ควบคุมพวงมาลัย

แต่เมื่อขับมานาน ๆ หลายอย่างเกิดขึ้นแทบอัตโนมัติ

เราไม่ต้องคิดว่า

“ตอนนี้ฉันจะขยับเท้าขวาไปที่เบรก”

ร่างกายทำไปแล้ว

นี่คือภาพที่ช่วยอธิบายจิตใต้สำนึกได้ดีมาก

สิ่งที่เราทำซ้ำบ่อย ๆ สามารถกลายเป็น “โปรแกรมอัตโนมัติ”

ดังนั้นจิตใต้สำนึกไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเรื่องลึกลับเสมอไป

บางครั้งมันก็คือ

นิสัยที่ทำงานก่อนที่เราจะทันคิด

5. Alfred Adler — เราอาจกำลังวิ่งตามเป้าหมายบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Alfred Adler ผู้ก่อตั้ง Individual Psychology
Alfred Adler — ผู้ก่อตั้ง Individual Psychology · Credit: Ixitixel — Public Domain

Adler สนใจคำถามว่า

“ทำไมคนเราถึงใช้ชีวิตในแบบที่ใช้?”

เขามองว่ามนุษย์มักมีเป้าหมายหรือทิศทางบางอย่างในชีวิต

ปัญหาคือเราอาจไม่ได้รู้ตัวชัด ๆ ว่าเป้าหมายนั้นคืออะไร

ตัวอย่างเช่น

คนหนึ่งทำงานหนักมาก
แข่งขันทุกเรื่อง
กลัวแพ้
กลัวถูกมองว่าไม่มีความสามารถ

ผิวเผินอาจดูเหมือนเขาแค่ “ขยัน”

แต่ลึกลงไป เป้าหมายที่กำลังขับเคลื่อนชีวิตเขาอาจเป็น

“ฉันต้องเก่งกว่าคนอื่น จึงจะมีคุณค่า”

เขาอาจไม่เคยพูดประโยคนี้ออกมา

แต่ใช้ชีวิตราวกับมันเป็นกฎ

ในมุมของ Adler สิ่งที่ไม่รู้ตัวจึงอาจเป็น ทิศทางหรือกฎชีวิตที่เรากำลังทำตามโดยไม่เคยตั้งคำถาม

6. Carl Rogers — บางความรู้สึกอยู่ในตัวเรา แต่เราไม่ยอมรับว่ามันอยู่

Carl Rogers ผู้พัฒนาแนวคิด Person-Centered Therapy และ self-concept
Carl Rogers — ผู้พัฒนา Person-Centered Therapy และ self-concept · Credit: Didius / Wikimedia Commons — CC BY 2.5

Rogers สนใจเรื่อง Self-concept หรือภาพที่เรามีต่อตัวเอง

เช่น

“ฉันเป็นคนดี”

“ฉันต้องเข้มแข็ง”

“ฉันไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว”

“ฉันต้องเป็นลูกที่ดี”

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อประสบการณ์จริงของเราขัดกับภาพนั้น

เช่น

คนที่เชื่อว่า

“ฉันต้องรักแม่เสมอ”

วันหนึ่งกลับรู้สึกโกรธแม่มาก

แทนที่จะยอมรับว่า

“ฉันรักแม่ แต่ตอนนี้ฉันโกรธแม่”

เขาอาจกดความโกรธลงไป เพราะคิดว่า

“คนดีไม่ควรโกรธแม่”

ความรู้สึกจึงยังอยู่

แต่ไม่ได้รับการยอมรับ

ในมุมของ Rogers การพัฒนาตัวเองจึงไม่ใช่การกำจัดด้านที่เราไม่ชอบ

แต่คือการค่อย ๆ ยอมรับประสบการณ์ภายในให้ตรงกับความจริงมากขึ้น

7. John Bowlby — จิตใต้สำนึกคือแบบแผนความสัมพันธ์ที่ติดมากับเรา

ภาพรางวัล Bowlby-Ainsworth ที่แสดง John Bowlby และ Mary Ainsworth ผู้บุกเบิก Attachment Theory
John Bowlby — ภาพรางวัล Bowlby-Ainsworth ซึ่งแสดง John Bowlby และ Mary Ainsworth · Credit: Everett Waters — CC BY-SA 4.0

Bowlby ผู้พัฒนาทฤษฎี Attachment เสนอว่า

จากประสบการณ์กับผู้ดูแลในวัยเด็ก เราจะค่อย ๆ สร้าง “แบบจำลอง” เกี่ยวกับความสัมพันธ์

เช่น

“เวลาเดือดร้อน คนจะช่วยฉันไหม?”

“ฉันสมควรได้รับความรักไหม?”

“ถ้าฉันพึ่งใคร ฉันจะถูกทิ้งไหม?”

เราไม่ได้เดินไปมาแล้วคิดประโยคเหล่านี้ทั้งวัน

แต่มันสามารถส่งผลต่อความสัมพันธ์ของเราได้

เช่น

คนที่เคยถูกทิ้งซ้ำ ๆ อาจโตขึ้นมาเป็นคนที่กลัวการถูกทิ้งมาก

พอแฟนตอบช้าสามชั่วโมง

คนอื่นอาจคิดว่า

“คงยุ่ง”

แต่เขากลับคิดทันทีว่า

“เขากำลังจะทิ้งฉัน”

นี่คือสิ่งที่น่าสนใจมาก

เหตุการณ์เหมือนกัน
แต่จิตภายในตีความไม่เหมือนกัน

เพราะแต่ละคนมี แบบจำลองความสัมพันธ์ในใจต่างกัน

8. Aaron Beck — จิตใต้สำนึกทำงานผ่านความคิดอัตโนมัติ

Aaron Beck ผู้บุกเบิก Cognitive Therapy ในภาพร่วมกับนักวิชาการ
Aaron Beck — ผู้บุกเบิก Cognitive Therapy และแนวคิด automatic thoughts · Credit: Candice Monson — CC0 1.0

จิตใต้สำนึกคืออะไร? Aaron Beck ผู้พัฒนา Cognitive Therapy สนใจสิ่งที่เรียกว่า Automatic Thoughts

คือความคิดที่โผล่ขึ้นมาเร็วมากจนเราแทบไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้น

ตัวอย่าง

หัวหน้าพูดว่า

“พรุ่งนี้มาคุยกันหน่อย”

คนหนึ่งคิด

“โอเค คงมีงานใหม่”

อีกคนคิด

“ฉันทำอะไรผิดแน่เลย”

อีกคนคิด

“เขาจะไล่ฉันออกหรือเปล่า”

เหตุการณ์เดียวกัน

แต่ความรู้สึกต่างกัน

เพราะแต่ละคนมี Schema หรือกรอบความเชื่อภายในต่างกัน

ดังนั้นสิ่งที่เราเรียกว่าจิตใต้สำนึก บางครั้งอาจไม่ใช่ “เสียงลึกลับ”

แต่มันคือ ระบบตีความที่ทำงานเร็วมากจนเราไม่ทันเห็นขั้นตอนของมัน

9. Albert Ellis — สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวด ไม่ใช่เหตุการณ์อย่างเดียว แต่คือสิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับมัน

แผนภาพ REBT วิธีการบำบัดที่พัฒนาโดย Albert Ellis
Albert Ellis — แผนภาพ REBT Method ของ Rational Emotive Behavior Therapy · Credit: Pavãoverde — CC BY-SA 4.0

Ellis เป็นผู้พัฒนา REBT

แนวคิดสำคัญของเขาคือ

เหตุการณ์ไม่ได้สร้างอารมณ์ของเราตรง ๆ

แต่มี “ความเชื่อ” อยู่ตรงกลาง

เช่น

เหตุการณ์:

แฟนไม่ตอบข้อความ

ความเชื่อแบบหนึ่ง:

“เขาคงยุ่ง”

ผลลัพธ์:

อาจรู้สึกเฉย ๆ

แต่ถ้าความเชื่อคือ

“ถ้าเขารักฉัน เขาต้องตอบทันที”

อารมณ์อาจกลายเป็นโกรธ กลัว หรือเสียใจอย่างมาก

หลายความเชื่อทำงานเร็วมากจนเราไม่รู้ว่าตัวเองเชื่อมันอยู่

นี่จึงเป็นอีกภาพหนึ่งของจิตใต้สำนึก

คือ กฎชีวิตที่ทำงานอยู่เบื้องหลังการตีความของเรา

10. Milton Erickson — จิตใต้สำนึกไม่ได้มีแต่ปัญหา แต่มันมี “ทรัพยากร” ที่เราลืมไปแล้ว

Milton H. Erickson ในวัยหนุ่ม ผู้มีอิทธิพลต่อ Clinical Hypnosis
Milton H. Erickson — ภาพในวัยหนุ่ม ผู้มีอิทธิพลต่อ Clinical Hypnosis · Credit: Unknown author / High School Yearbooks — PD-US

นี่เป็นแนวคิดที่สำคัญมากในสาย Hypnosis

จิตใต้สำนึกคืออะไร? Milton H. Erickson ไม่ได้มอง unconscious ว่าเป็นที่เก็บแต่ trauma หรือความขัดแย้ง

เขามองว่าคนเราได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มาตลอดชีวิต

เราเคย

ปรับตัว
ฟื้นตัว
เรียนรู้
แก้ปัญหา
รับมือกับความกลัว
สร้างความสัมพันธ์
ผ่านเหตุการณ์ที่ยาก

แต่เราอาจลืมไปแล้วว่าเราเคยทำได้

ตัวอย่างง่าย ๆ

คนหนึ่งบอกว่า

“ผมไม่มีความมั่นใจเลย”

แต่เมื่อย้อนดูชีวิตจริง เขาอาจเคย

ย้ายโรงเรียน
สอบเข้ามหาวิทยาลัย
เริ่มงานใหม่
เอาตัวรอดจากช่วงชีวิตยาก ๆ

แปลว่าเขาเคยมีความสามารถในการปรับตัว

เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่ได้เชื่อมต่อกับประสบการณ์นั้น

Erickson จึงมองงานสะกดจิตในหลายกรณีว่าเป็นการช่วยให้คน เข้าถึงทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในตัวเอง

11. Ernest Hilgard — จิตบางส่วนอาจรับรู้สิ่งที่เราไม่ได้สนใจอยู่

Ernest Hilgard นักจิตวิทยาผู้เสนอ Neo-dissociation Theory
Ernest Hilgard — การ์ดข้อมูล Neo-dissociation Theory · ภาพกราฟิกประกอบโดย HypnoDestiny (ไม่ใช่ภาพถ่ายบุคคล)

Hilgard ศึกษาเรื่อง Hypnosis อย่างจริงจัง

จิตใต้สำนึกคืออะไร? สิ่งหนึ่งที่เขาสนใจคือ

ในบางสถานการณ์ คนสามารถบอกว่า

“ฉันไม่รู้สึกสิ่งนั้น”

แต่ดูเหมือนระบบบางส่วนของจิตยังรับข้อมูลอยู่

แนวคิด Hidden Observer ของเขาทำให้เกิดคำถามว่า

การรับรู้ของมนุษย์อาจไม่ได้เป็นระบบเดียวทั้งหมด

บางกระบวนการสามารถแยกออกจากสิ่งที่เรากำลังรับรู้เป็นหลักได้

แต่ต้องระวังว่า แนวคิดนี้มาจากงานเฉพาะทางเกี่ยวกับ hypnosis และไม่ควรตีความว่าในทุกคนมี “อีกบุคลิกหนึ่งซ่อนอยู่”

ประเด็นสำคัญกว่าคือ

จิตของเราสามารถประมวลผลข้อมูลได้มากกว่าสิ่งที่เรากำลังสนใจอย่างรู้ตัว

12. John Bargh — พฤติกรรมจำนวนมากเริ่มต้นก่อนที่เราจะรู้ตัวว่าเราตัดสินใจ

John Bargh นักจิตวิทยาผู้ศึกษากระบวนการอัตโนมัติและ unconscious processing
John Bargh — การ์ดข้อมูล Automatic Processes · ภาพกราฟิกประกอบโดย HypnoDestiny (ไม่ใช่ภาพถ่ายบุคคล)

งานของ John Bargh ทำให้วงการจิตวิทยาสนใจเรื่อง Automatic Processes มากขึ้น

แนวคิดพื้นฐานคือ

สมองประเมินสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา

เราเห็นสีหน้า
น้ำเสียง
ระยะห่าง
บรรยากาศ
สถานการณ์

แล้วระบบบางส่วนเริ่มตอบสนองก่อนที่เราจะอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จิตใต้สำนึกคืออะไร? ตัวอย่าง

คุณเดินเข้าไปในห้องประชุม

ยังไม่มีใครพูดอะไร

แต่คุณรู้สึกทันทีว่า

“บรรยากาศแปลก ๆ”

จากนั้นจึงค่อยสังเกตว่า

ทุกคนเงียบ
สีหน้าเคร่ง
ไม่มีใครสบตา

ระบบอัตโนมัติของสมองอาจรวบรวมข้อมูลเหล่านี้อย่างรวดเร็วกว่าการคิดแบบมีเหตุผล

13. Daniel Kahneman — สมองมีโหมดคิดเร็วที่ทำงานแทบอัตโนมัติ

Daniel Kahneman นักจิตวิทยาผู้ทำให้แนวคิด System 1 และ System 2 เป็นที่รู้จัก
Daniel Kahneman — ผู้ทำให้แนวคิด System 1 และ System 2 เป็นที่รู้จัก · Credit: nrkbeta — CC BY-SA 2.0

จิตใต้สำนึกคืออะไร? Kahneman ทำให้คนทั่วไปรู้จักคำว่า

System 1 และ System 2

System 1 คือระบบที่

เร็ว
อัตโนมัติ
ใช้ความพยายามน้อย
ตอบสนองทันที

System 2 คือระบบที่

ช้ากว่า
ใช้เหตุผล
ต้องใช้สมาธิ
ต้องคิดเป็นขั้นตอน

ตัวอย่าง

ถ้าผมถามว่า

2 + 2 เท่ากับเท่าไร

คำตอบ “4” แทบจะโผล่ขึ้นมาเอง

แต่ถ้าถามว่า

27 × 46

คุณต้องเริ่มใช้การคิดมากขึ้น

ในชีวิตจริงเราพึ่ง System 1 มากกว่าที่เราคิด

เราประเมินคน
อ่านสีหน้า
หลีกอันตราย
เลือกคำพูด
เดิน
ขับรถ
ตอบสนองต่อสถานการณ์

โดยไม่ต้องวิเคราะห์ทุกขั้นตอน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจิตใต้สำนึกในความหมายสมัยใหม่จำนวนมาก จึงใกล้กับคำว่า automatic processing

14. Joseph LeDoux — ร่างกายอาจตอบสนองต่อภัยก่อนที่เราจะอธิบายได้ว่ากลัวอะไร

Joseph LeDoux นักประสาทวิทยาผู้ศึกษาสมอง อารมณ์ และการตอบสนองต่อภัย
Joseph LeDoux — นักประสาทวิทยาผู้ศึกษาสมอง อารมณ์ และการตอบสนองต่อภัย · Credit: Wikimedia contributor — Public Domain dedication

ลองนึกภาพว่า

คุณเดินอยู่ในที่มืด

แล้วเห็นอะไรยาว ๆ อยู่บนพื้น

คุณสะดุ้งก่อน

แล้วค่อยรู้ว่า

“อ๋อ เชือก”

ระบบป้องกันตัวของสมองสามารถตอบสนองเร็วมาก

จุดนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมเราบางครั้งมีอาการทางร่างกายก่อนเข้าใจเหตุผล

เช่น

ใจเต้น
เกร็ง
หายใจเร็ว
อยากหนี

จากนั้นค่อยคิดว่า

“เมื่อกี้ฉันกลัวอะไร?”

จิตใต้สำนึกในมุมนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ “ในความคิด”

แต่มันเชื่อมกับ ระบบประสาทและร่างกาย

15. Antonio Damasio — ร่างกายกำลังส่งข้อมูลให้สมองอยู่ตลอดเวลา

Antonio Damasio นักประสาทวิทยาผู้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างร่างกาย อารมณ์ และสมอง
Antonio Damasio — นักประสาทวิทยาด้านร่างกาย อารมณ์ การตัดสินใจ และสมอง · Credit: Fronteiras do Pensamento — CC BY-SA 4.0

Damasio ช่วยทำให้เราเข้าใจว่า

ความคิดกับร่างกายไม่ได้แยกขาดจากกัน

ก่อนที่เราจะพูดได้ว่า

“ฉันกังวล”

ร่างกายอาจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว

หัวใจ
ลมหายใจ
กล้ามเนื้อ
ความรู้สึกในท้อง
พลังงานในร่างกาย

หลายครั้งเราพูดว่า

“ไม่รู้ทำไม แต่รู้สึกไม่ดี”

ในภาษาทั่วไป คนอาจเรียกสิ่งนี้ว่า “จิตใต้สำนึกบอก”

แต่ในมุมประสาทวิทยา ส่วนหนึ่งอาจเป็นการที่สมองกำลังอ่านสัญญาณจากร่างกายและประสบการณ์เดิม

16. Elizabeth Loftus — สิ่งที่เราจำอย่างมั่นใจ ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นแบบนั้นจริงทั้งหมด

Elizabeth Loftus นักจิตวิทยาผู้ศึกษาความทรงจำผิดและความน่าเชื่อถือของความทรงจำ
Elizabeth Loftus — นักวิจัยด้าน false memory และ suggestibility · Credit: Vishakabhat — CC BY-SA 4.0

นี่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะงาน Hypnosis และ Regression

Loftus ศึกษาเรื่อง False Memory

เธอแสดงให้เห็นว่า ความทรงจำของมนุษย์สามารถได้รับอิทธิพลจากข้อมูลที่ได้รับภายหลัง

เช่น

สองคนเห็นเหตุการณ์เดียวกัน

หลังจากนั้นถูกถามด้วยคำถามต่างกัน

เพียงการเปลี่ยนคำในคำถาม ก็สามารถทำให้รายละเอียดที่พวกเขาจำแตกต่างกันได้

นี่หมายความว่า

ความทรงจำไม่ได้เป็นเหมือนกล้องวงจรปิด เพราะทุกครั้งที่เรานึกย้อนกลับ สมองอาจมีการประกอบรายละเอียดขึ้นใหม่

เรามักคิดว่า

“ถ้าฉันจำได้ชัด แปลว่าต้องเกิดขึ้นจริง”

แต่ในความเป็นจริง

ความมั่นใจของความทรงจำ กับความถูกต้องของความทรงจำ ไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป

17. Daniel Schacter — ความทรงจำถูกสร้างใหม่ทุกครั้งที่เรานึกถึงมัน

Daniel Schacter นักจิตวิทยาผู้ศึกษาความทรงจำและความผิดพลาดของความจำ
Daniel Schacter — การ์ดข้อมูลด้านความทรงจำและ memory distortion · ภาพกราฟิกประกอบโดย HypnoDestiny (ไม่ใช่ภาพถ่ายบุคคล)

Schacter ช่วยอธิบายเรื่องนี้ได้ชัดขึ้น

เวลาคุณนึกถึงวันเกิดเมื่อสิบปีก่อน

สมองไม่ได้ไปเปิดไฟล์ชื่อ

Birthday2016.mp4

แล้วเล่นกลับมาเหมือนเดิม

สมองเอาข้อมูลหลายส่วนมาประกอบใหม่

ภาพ
อารมณ์
ความรู้เดิม
เรื่องที่คนอื่นเคยเล่า
สิ่งที่เรารู้ภายหลัง

จึงเป็นไปได้ว่า

ความทรงจำหนึ่งยังมี “แก่น” ที่ถูกต้อง

แต่รายละเอียดบางส่วนเปลี่ยนไป

นี่คือเหตุผลว่าทำไม ในงาน Regression ผู้ให้บริการจึงต้องระมัดระวังอย่างมากกับการตีความสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

18. Frederic Bartlett — เราจำโลกผ่าน “กรอบเดิม” ที่มีอยู่ในหัวเรา

Frederic Bartlett นักจิตวิทยาผู้เสนอแนวคิด reconstructive memory และ schema
Frederic Bartlett — การ์ดข้อมูล reconstructive memory และ schema · ภาพกราฟิกประกอบโดย HypnoDestiny (ไม่ใช่ภาพถ่ายบุคคล)

Bartlett ทำงานคลาสสิกเกี่ยวกับความทรงจำ

เขาพบว่า เมื่อคนได้รับเรื่องราวที่ไม่คุ้นกับวัฒนธรรมของตัวเอง แล้วให้เล่าใหม่

รายละเอียดของเรื่องมักค่อย ๆ เปลี่ยนไปให้เข้ากับสิ่งที่คนคนนั้นเข้าใจ

พูดง่าย ๆ คือ

สมองไม่ชอบข้อมูลที่ไม่มีความหมาย

มันพยายามเอาข้อมูลใหม่ไปใส่ใน “กรอบเดิม”

กรอบนี้เรียกว่า Schema

ตัวอย่าง

ถ้าคุณเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่า

“คนอื่นไว้ใจไม่ได้”

เมื่อมีเหตุการณ์คลุมเครือเกิดขึ้น

คุณอาจตีความมันไปในทางลบเร็วกว่าคนอื่น

ดังนั้นจิตใต้สำนึกจึงอาจเป็นเหมือน แว่นตาที่เราใส่มองโลก โดยลืมไปว่าเรากำลังใส่แว่นอยู่

19. Ivan Pavlov — ร่างกายสามารถเรียนรู้การตอบสนองแบบอัตโนมัติ

Ivan Pavlov นักสรีรวิทยาผู้มีอิทธิพลต่อแนวคิด Classical Conditioning
Ivan Pavlov — ผู้มีอิทธิพลต่อ Classical Conditioning · Credit: National Library of Medicine / Unknown photographer — Public Domain Mark

การทดลองของ Pavlov เป็นภาพที่ง่ายที่สุดภาพหนึ่งของการเรียนรู้แบบไม่ต้องคิดทุกครั้ง

ถ้าสิ่งสองสิ่งเกิดคู่กันซ้ำ ๆ

สมองสามารถสร้างความเชื่อมโยง

ต่อไป แค่เจอสิ่งหนึ่ง

ร่างกายก็เริ่มเตรียมตอบสนองต่ออีกสิ่งหนึ่ง

ชีวิตจริงก็เกิดแบบเดียวกัน

เช่น

ถ้าทุกครั้งที่พ่อกลับบ้านเสียงดังแล้วเกิดการทะเลาะ

เด็กอาจค่อย ๆ เชื่อมเสียงเปิดประตูกับความกลัว

โตขึ้นมา

แม้ไม่มีอันตรายจริง

เสียงบางแบบก็ยังทำให้ร่างกายตึงได้

นี่คือการเรียนรู้ที่ไม่ได้ต้องใช้เหตุผลทุกครั้ง

20. B. F. Skinner — บางสิ่งที่ดูเหมือน “จิตใต้สำนึก” อาจอธิบายได้จากประวัติการเรียนรู้ของเรา

B. F. Skinner นักจิตวิทยาสาย Behaviorism และ Operant Conditioning
B. F. Skinner — นักจิตวิทยาสาย Behaviorism และ Operant Conditioning · Credit: Silly rabbit — CC BY 3.0

Skinner ไม่ชอบการอธิบายทุกอย่างด้วย “พลังลึกลับภายในใจ”

เขาจะถามว่า

พฤติกรรมนี้เคยได้รับรางวัลอะไร?

เคยหลีกเลี่ยงอะไรสำเร็จ?

ทำไมมันจึงถูกทำซ้ำ?

ตัวอย่าง

คนหนึ่งมีนิสัยไม่กล้าปฏิเสธคนอื่น

เราอาจพูดว่า

“จิตใต้สำนึกกลัวการถูกปฏิเสธ”

Skinner อาจมองเพิ่มว่า

ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เขายอมคนอื่น

เขาหลีกเลี่ยงการทะเลาะได้

การยอมจึงได้รับ “รางวัล” ในรูปของการลดความขัดแย้ง

เมื่อเกิดซ้ำมาหลายปี

พฤติกรรมนี้จึงกลายเป็นอัตโนมัติ

แล้วถ้าจะอธิบาย “จิตใต้สำนึก” แบบง่ายที่สุดล่ะ?

หลังจากอ่านทั้งหมด เราจะเห็นว่า

จิตใต้สำนึกไม่จำเป็นต้องเป็น “ห้องลึกลับ” ที่ซ่อนอยู่ somewhere ในสมอง

และไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ

ในภาษาที่เข้าใจง่าย

จิตใต้สำนึกคือทุกสิ่งที่จิตและสมองกำลังทำอยู่ โดยที่เราไม่ได้กำลังคิดถึงมันอย่างรู้ตัว

เช่น

คุณขับรถโดยไม่ต้องคิดทุกการเคลื่อนไหว

คุณรู้สึกไม่ถูกชะตากับบางคนก่อนจะรู้เหตุผล

คุณกลัวบางสถานการณ์โดยอธิบายไม่ได้

คุณเลือกรูปแบบความสัมพันธ์เดิมซ้ำ ๆ

คุณได้ยินประโยคหนึ่งแล้วอารมณ์เปลี่ยนทันที

คุณรู้ว่าควรทำอะไรบางอย่าง โดยยังอธิบายเหตุผลไม่ได้ทั้งหมด

คุณฝันถึงเรื่องที่ไม่ได้คิดมานาน

หรือบางครั้ง เพียงสถานที่ กลิ่น หรือเสียงบางอย่าง ก็ทำให้อารมณ์เก่า ๆ กลับมา

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่า “จิตใต้สำนึกกำลังส่งสารลึกลับให้เรา” เสมอไป

แต่มันแสดงให้เห็นว่า

มนุษย์มีการประมวลผลจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นนอกพื้นที่ของความคิดที่เรากำลังรับรู้ในขณะนั้น

จิตใต้สำนึกเหมือนภูเขาน้ำแข็งจริงไหม?

ภาพภูเขาน้ำแข็งเป็นภาพเปรียบเทียบที่ได้รับความนิยมมาก

ส่วนเล็กเหนือผิวน้ำ = สิ่งที่เรารู้ตัว

ส่วนใหญ่ใต้น้ำ = สิ่งที่เราไม่รู้ตัว

ภาพนี้ช่วยให้เข้าใจแนวคิดได้ง่าย

แต่ไม่ควรเข้าใจตามตัวอักษรว่า

สมองแบ่งออกเป็น “จิตสำนึก 10%” และ “จิตใต้สำนึก 90%”

ไม่มีเปอร์เซ็นต์ตายตัวแบบนั้น

สิ่งที่ภาพนี้ต้องการสื่อคือ

สิ่งที่เรากำลังรู้ตัว เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสมองและจิตใจ

จิตใต้สำนึกเก็บทุกอย่างตั้งแต่เกิดจริงหรือไม่?

นี่เป็นอีกความเชื่อที่พบบ่อยมาก

บางคนพูดว่า

“จิตใต้สำนึกบันทึกทุกอย่างแบบ 100%”

ในเชิงวิทยาศาสตร์ เราไม่ควรพูดแบบนั้น

เพราะความทรงจำของมนุษย์

ลืมได้
เปลี่ยนได้
เติมรายละเอียดได้
สับสนแหล่งที่มาได้
ได้รับอิทธิพลจากคำถามได้

ดังนั้นไม่ควรมองจิตใต้สำนึกเหมือน Hard Disk ที่บันทึกภาพทุกวินาทีของชีวิตแล้วสามารถเปิดดูย้อนหลังได้อย่างแม่นยำ

ประเด็นนี้สำคัญมากในงาน สะกดจิตบำบัด และ Hypnosis เพราะความชัดของประสบการณ์ไม่ได้เท่ากับความถูกต้องของความทรงจำเสมอไป

เพราะคนสามารถมีประสบการณ์ภายในที่

ชัดมาก
สมจริงมาก
มีอารมณ์มาก
และมีความหมายมาก

แต่ความรู้สึกว่า “มันจริงมาก” ไม่ได้เป็นหลักฐานเพียงพอว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตามรายละเอียดทั้งหมดจริง

แล้วการสะกดจิตเกี่ยวข้องกับจิตใต้สำนึกอย่างไร?

เวลาคนพูดว่า

“Hypnosis คือการเข้าถึงจิตใต้สำนึก”

ประโยคนี้ใช้เป็นภาษาง่าย ๆ ได้

แต่ถ้าจะอธิบายให้แม่นกว่าเดิม

Hypnosis คือภาวะที่บุคคลมี ความสนใจจดจ่อสูงขึ้น พร้อมกับการตอบสนองต่อคำแนะนำในรูปแบบเฉพาะ

ในสภาวะนี้

สิ่งเร้ารอบข้างอาจได้รับความสนใจลดลง

ขณะที่

ภาพในใจ
อารมณ์
ความรู้สึก
ความทรงจำ
จินตนาการ
การเชื่อมโยง
และการรับรู้ภายใน

อาจเด่นขึ้น

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนจำนวนหนึ่งรู้สึกว่า

“ตอนสะกดจิต ฉันเข้าไปลึกกว่าการคิดปกติ”

แต่คำว่า “ลึก” ตรงนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราเปิดประตูเข้าสู่ห้องลับที่เก็บความจริงทุกอย่างไว้

มันหมายถึง

เราเปลี่ยนวิธีใช้ความสนใจ และอาจเข้าถึงประสบการณ์ภายในบางอย่างได้ชัดขึ้น

แล้ว Past Life Regression กำลังเข้าถึง “จิตใต้สำนึก” หรือ “อดีตชาติ”?

นี่เป็นคำถามที่ต้องแยกให้ชัด หากอยากเห็นภาพว่ากระบวนการจริงดำเนินไปอย่างไร สามารถอ่านต่อเรื่อง ขั้นตอนสะกดจิตระลึกชาติ ตั้งแต่ก่อนเริ่มจนจบ Session ได้

ระหว่าง Past Life Regression หรือการสะกดจิตระลึกชาติ คนบางคนอาจพบ

ภาพสถานที่

บุคคล

ยุคสมัย

เหตุการณ์

ความสัมพันธ์

ความตาย

หรือเรื่องราวที่รู้สึกเหมือนไม่ใช่ชีวิตปัจจุบัน

ประสบการณ์นั้นอาจมีความชัดมาก

แต่ต้นกำเนิดของประสบการณ์ยังสามารถมองได้หลายแบบ

บางคนตีความในกรอบจิตวิญญาณว่าเป็นอดีตชาติ

ในมุมจิตวิทยา อาจเกี่ยวข้องกับความทรงจำ จินตนาการ ความเชื่อ การเชื่อมโยง และสัญลักษณ์

หรือบางครั้ง เราอาจยังไม่รู้เลยว่ามันมาจากไหน

ดังนั้นวิธีที่สมดุลที่สุดคือ

เปิดรับประสบการณ์ แต่ไม่รีบฟันธงต้นกำเนิดของมัน

สิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใต้สำนึก “มีประโยชน์” ได้ แม้เราไม่รู้ว่ามันมาจากไหน

สมมติว่าระหว่าง Session คนหนึ่งเห็นตัวเองถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในเมืองโบราณ

เราอาจยังไม่รู้ว่า

นี่คืออดีตชาติจริง

ความทรงจำ

จินตนาการ

ความฝัน

หรือสัญลักษณ์

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ

เขาอาจสังเกตว่า

“ทั้งชีวิตผมกลัวการถูกทิ้งมาตลอด”

ตรงนี้ทำให้ประสบการณ์มีคุณค่าได้

ไม่ใช่เพราะเราพิสูจน์ได้ว่าฉากนั้นเกิดเมื่อ 2,000 ปีก่อน

แต่เพราะมันทำให้เขามองเห็น รูปแบบทางอารมณ์ในชีวิตปัจจุบัน

นี่เป็นจุดที่ผมคิดว่าสำคัญมาก

เพราะการสำรวจจิตใต้สำนึกที่ดี

ไม่ควรทำให้เราหนีออกจากชีวิตปัจจุบัน

แต่ควรช่วยให้เรา กลับมาเข้าใจชีวิตปัจจุบันมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจิตใต้สำนึก (FAQ)

จิตใต้สำนึกต่างจากจิตไร้สำนึกอย่างไร?

ในภาษาทั่วไปสองคำนี้มักถูกใช้แทนกัน แต่ในทางจิตวิทยาแต่ละสำนักใช้ไม่เหมือนกันทั้งหมด ปัจจุบันนักวิจัยมักใช้คำอย่าง unconscious, nonconscious, implicit หรือ automatic processes เพื่ออธิบายกระบวนการที่เกิดขึ้นนอกความรู้ตัวอย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

จิตใต้สำนึกควบคุมชีวิตเราจริงไหม?

กระบวนการที่เกิดนอกความรู้ตัวสามารถมีอิทธิพลต่อพฤติกรรม อารมณ์ นิสัย ความเชื่อ และการตัดสินใจได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันควบคุมชีวิตทั้งหมด เราสามารถสังเกตรูปแบบเดิม เรียนรู้ใหม่ และเลือกตอบสนองในแบบที่ต่างออกไปได้

Hypnosis เข้าถึงจิตใต้สำนึกได้ไหม?

ถ้าอธิบายแบบภาษาทั่วไป อาจพูดได้ว่า Hypnosis ช่วยให้คนหันความสนใจเข้าหาประสบการณ์ภายในมากขึ้น แต่ไม่ควรมองว่าเป็นการเปิดคลังความจริง 100% เพราะภาพ ความรู้สึก และความทรงจำที่เกิดขึ้นระหว่างการสะกดจิตยังสามารถได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย

จิตใต้สำนึกเก็บความทรงจำทุกอย่างตั้งแต่เกิดจริงหรือไม่?

ยังไม่มีหลักฐานว่าจิตของเราบันทึกทุกเหตุการณ์แบบสมบูรณ์เหมือนฮาร์ดดิสก์ ความทรงจำสามารถลืม เปลี่ยน เติมรายละเอียด สับสนแหล่งที่มา และได้รับอิทธิพลจากข้อมูลที่เกิดขึ้นภายหลังได้

เราสามารถเปลี่ยนจิตใต้สำนึกได้ไหม?

ถ้าหมายถึงนิสัย ความเชื่อ การเรียนรู้ หรือการตอบสนองอัตโนมัติ หลายอย่างสามารถเปลี่ยนได้ผ่านการเรียนรู้ใหม่ การฝึกซ้ำ การทบทวนความคิด ประสบการณ์ใหม่ และการทำงานกับผู้เชี่ยวชาญเมื่อเหมาะสม

ทำไมบางครั้งเรารู้สึกหรือมีปฏิกิริยาก่อนรู้เหตุผล?

เพราะสมองและร่างกายมีระบบประมวลผลที่ทำงานอย่างรวดเร็ว สีหน้า น้ำเสียง สถานการณ์ ประสบการณ์เดิม หรือสัญญาณจากร่างกายอาจถูกประเมินก่อนที่เราจะเรียบเรียงออกมาเป็นความคิดอย่างชัดเจน

Past Life Regression เกี่ยวข้องกับจิตใต้สำนึกอย่างไร?

ระหว่าง Past Life Regression บางคนอาจพบภาพ ความรู้สึก ความทรงจำ หรือเรื่องราวที่มีความหมายกับตัวเอง ประสบการณ์เหล่านี้อาจตีความได้หลายกรอบ และความชัดของประสบการณ์เพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์

สรุป — จิตใต้สำนึกคืออะไรกันแน่?

ถ้าเอา Freud, Jung, Janet, James, Bowlby, Beck, Erickson, Kahneman, LeDoux, Loftus และนักคิดคนอื่น ๆ มาวางรวมกัน

เราจะเห็นภาพหนึ่งที่น่าสนใจมาก

มนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจทุกเรื่องจากเหตุผลที่เรารู้ตัว

ภายใต้การรับรู้ของเรา ยังมี

ความทรงจำ
นิสัย
ประสบการณ์เดิม
ความเชื่อ
Schema
ความกลัว
การเรียนรู้
รูปแบบความสัมพันธ์
ระบบประสาท
การตอบสนองของร่างกาย
และกระบวนการอัตโนมัติ

กำลังทำงานอยู่ตลอดเวลา

ดังนั้น หากจะนิยามคำว่า “จิตใต้สำนึก” ให้เข้าใจง่ายที่สุด ผมจะสรุปว่า

จิตใต้สำนึก คือ ส่วนของกระบวนการภายในที่กำลังมีอิทธิพลต่อความคิด ความรู้สึก การรับรู้ และพฤติกรรมของเรา แม้ในขณะนั้นเราจะไม่ได้ตระหนักถึงมันอย่างชัดเจน

และคำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียง

“จิตใต้สำนึกมีอะไรซ่อนอยู่?”

แต่อาจเป็น

“สิ่งที่กำลังทำงานอยู่เบื้องหลังชีวิตของเรา กำลังส่งผลต่อชีวิตวันนี้อย่างไร?”

เพราะเมื่อสิ่งที่เคยทำงานอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว เริ่มถูกมองเห็น

สิ่งนั้นก็เริ่มกลายเป็นสิ่งที่เราสามารถ เข้าใจ ทบทวน และเลือกตอบสนองใหม่ได้

และนั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่มนุษย์สนใจเรื่อง Hypnosis, จิตใต้สำนึก และการสำรวจโลกภายใน มานานกว่าร้อยปีครับ.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Sign In

Register

Reset Password

Please enter your username or email address, you will receive a link to create a new password via email.